Trip วังน้ำเขียว 3 – 5 ธันวาคม 2564
Day 1 เดินทางไปวังน้ำเขียว เข้าพักที่จันทร์ธารา วัลเล่ย์ Day 2 ย้ายมาพักที่ Flower Mountain ซึ่งก็คือตลาดน้ำเขาใหญ่เดิมนั่นเอง Day 3 เดินทางกลับ แวะอยุทธยาซื้อโรตีสายไหม
Day 1 เดินทางไปวังน้ำเขียว เข้าพักที่จันทร์ธารา วัลเล่ย์ Day 2 ย้ายมาพักที่ Flower Mountain ซึ่งก็คือตลาดน้ำเขาใหญ่เดิมนั่นเอง Day 3 เดินทางกลับ แวะอยุทธยาซื้อโรตีสายไหม
วันนี้เป็นวันหยุดชดเชยวันพ่อ วันที่ 5 ธันวาคม ซึ่งเป็นวันอาทิตย์ วันนี้เป็นวันจันทร์เลยเป็นวันหยุด และอารพีก็นัดไปหม่ำอาหารบุฟเฟ่ท์กัน ที่โรงแรม Marriott Marquis Queen’s Park ทีสุขุมวิทซอย 22 โดยอาชงเป็นคนเลี้ยง เพราะได้สิทธิ์ของบริษัทฯ ซึ่งเป็นเจ้าของโรงแรมนี้นั่นเอง เรานัดกันตอนเที่ยง และทุกคนก็ไปก่อนเวลาเพื่อจะหม่ำอาหารกลางวันกัน โดยบ้านเราไปกันทุกคน ส่วนอารพี ก็จะมีอาชง อารพี โยดา อาม่ารำเพย และพี่พร รวม 9 คน วันนี้ทุกคนเจอกันก็ดีใจใหญ่ และเห็นว่าม่อนกับโมสุงมาก ส่วนโยดาก็สูงมากเช่นกัน โดยโยดาเตี้ยกว่าโมชินิดเดียว น่าจะประมาณ 172 ซม. ที่โต๊ะอาหาร Goji Kitchen + Bar ร้านนี้ชื่อ Gojo Kitchen + Bar ราคาวันธรรมดาเที่ยงจากที่ป่าป๊าเช็คดูราคา 898 ++ แต่เราไม่ต้องเสียเงินเลย อาหารหร่อย แต่จริงๆ ก็ไม่ถูกปากเรานัก ทุกคนหม่ำกันอิ่มท้องแทบแตก อาม่ารำเพยดีใจได้เจอลูกหลาน ทุกคนก็เติบโตกันดี สุขสบายกันทุกคน กว่าจะจับมาถ่ายรูปได้ ม่อนโมก็วิ่งหนีไปมา ทุกครั้งที่ม่อนโมกลับมา ก็จะพาไปเจออาม่ารำเพย และอากงถาวร รวมทั้งครอบครัวอารพี คราวนี้มีของใหม่ อารพีชวนให้ไปบ้าน เพื่อจะให้พี่พรตัดผมให้ เพราะซื้อปัตตาเลี่ยนมาแล้ว แต่อาชงและโยดาไม่ยอมตัด (โดยโยดาเคยตัดผมก้บพี่พร 1 ครั้ง) ถ่ายรูปที่ด้านหน้าโรงแรม อาม่ารำเพยก็ดีใจได้เจอหลานๆ ม่อนกับโมตัวใหญ่จริงๆ อาม่าดีใจที่มีหลานแข็งแรงแบบนี้
Trip วังน้ำเขียว Day 3 เช้านี้หม่ำอาหารเช้ากันแบบบุฟเฟ่ท์ แล้วป่าป๊าหม่าม๊าเดินเที่ยวที่พักกันเพลินๆ สถานที่ถึงแม้เก่า แต่ก็สวยและกว้างมาก มีดอกไม้เยอะเลย มุมถ่ายรูปก็เยอะ พอได้เวลาเราก็เก็บของเดินทางกลับ ระหว่างทางก็แวะซื้อของ พยายามจะให้ได้ใช้สิทธิ์โครงการเราเที่ยวด้วยกัน แต่ปรากฎว่าไม่มีร้านที่ใช้สิทธิ์ได้เลย ใส่บาตรตอนเช้า เดินเล่นถ่ายรูปกัน มีจุดถ่ายรูปเยอะดี สะพานกลางน้ำ เราออกเดินทางกลับ และแวะหาซื้อของที่ร่วมโครงการเราเที่ยวด้วยกัน แต่ก็ไม่มีร้าน เลยเดินทางกลับและแวะหม่ำอาหารเที่ยง (ประมาณบ่ายสอง) ที่ร้านครูต้อ หม่ำสเต็ก ม่อนและโมหม่ำเท่านั้น และซื้อของกินกลับมา เป็นขนมปังบัน และกระหรี่ปั๊ฟ เปปเปอร์สเต๊ก กับพอร์คสเต็ก เสร็จแล้วเราก็เดินทางกลับ หม่าม๊าได้ไอเดียว่า ที่อยุทธยามีโรตีสายไหมรสชาดอร่อย ก็เลยเปลี่ยนเส้นทางแวะไปซื้อ และได้กลับมาเยอะเลย เอามาฝากบ้านอารพีด้วย โดยซื้อของสุดฮิตของอยุทธยาคือโรตีสายไหม ซื้อมาเยอะเลย และอร่อยมากด้วย ระหว่างทาง เราเจอวัดเก่าอยุทธยา ก็เลยแวะ ม่อนอยากเดินไปดู ก็เลยสำรวจใหญ๋ และเก็บภาพมาเยอะเลย ม่อนจินตนาการว่า ที่มันผุพังอยู่เป็นเจดีย์ เป็นโบสถ์ หรือกำแพงอะไรบ้าง เสร็จแล้วเราก็เดินทางกลับ มาถึงบ้านก็ประมาณทุ่มนึงโดยสวัสดิภาพ ม่อนเดินสำรวจวัดเก่าโบราณ แล้วจินตนาการว่าตรงไหนเป็นอะไรบ้าง ถ่ายรูปหน้าเจดีย์โบราณ เหลือแต่อิฐเป็นทรงเจดีย์ ตรงนี้เป็นโบสถ์ใหญ่ เหลือแต่อิฐ ฐานเสาอิฐ ส่วนเสาไม้และหลังคาน่าจะไหม้ไฟไปหมดแล้ว
Trip วังน้ำเขียว Day 2 เช้านี้อากาศดีมาก อากาศเย็น 15 องศา ป่าป๊าตื่นแต่เช้า มานั่งเล่นข้างนอก และชวนม่อนออกมาด้วย ทุกคนตื่นกันหมดแล้ว และมาชมอากาศเย็นกัน และรออาการเช้ากัน ที่จันทร์ธารา วัลเล่ย์ มีอาหารเช้าซึ่งใช้ระบบเสริฟที่ห้อง เนื่องจากต้องการให้เว้นระยะห่าง อาหารมีเยอะพอควร เป็นไข่กระทะแบบสองฟอง ข้าวต้ม สลัด ผลไม้ และกาแฟไมโลซองต่างๆ อาหารไม่เยอะไม่น้อย อร่อยดี ทุกคนหม่ำกันเต็มอิ่ม แล้วอาบน้ำจัดของ เดินทางมายัง Flower Mountain ซึ่งมีอาหารเลี้ยง 3 มื้อแบบบุฟเฟ่ท์เลย เอสเพรสโซ่ยามเช้า อากาศเย็นสบาย บรรยากาศดี ยักษ์น้อยๆ เที่ยบกับหม่าม๊า เซลฟี่กัน เซลฟี่อีกแล้ว ข้าวต้มอร่อย ไข่กระทะโมชิชอบกิน ผลไม้ ขนมปังปิ้ง สลัดของป่าป๊าหม่าม๊า เพราะสองหนุ่มไม่กิน ยามเช้า โมชิแด๊นซ์ มีสระว่ายน้ำด้วย แช่น้ำกันดีกว่า โมชิทะเล้นตลอดเวลา ม่อนก็ทะเล้นตามด้วย เราออกเดินทางจนออกจากวังน้ำเขียว เข้ารอยต่อของเขาใหญ่ เลาะไปมาก็ถึง Flower Mountain ซึ่งเป็นตลาดน้ำเดิม ดัดแปลงเป็นที่พักแบบบุฟเฟ่ท์ (อาหารบุฟเฟ่ท์) เมื่อไปถึงเขาให้จอดรถด้านนอก และมีรถมารับเข้าที่พัก เนื่องจากตรงที่พักจะไม่มีที่จอดรถ และถึงแม้เดินได้ แต่ขนกระเป๋าไปก็น่าจะทุลักทุเล ก็มีรถมารับ ห้องนอนเป็นร้านค้าเดิม แต่ปิดกิจการแล้วไม่เป็นตลาดน้ำเขาใหญ่ ทำเป็นห้องนอนราคาถูก เขาก่อสร้างห้องน้ำ และเอาที่นอนมาให้นอน ติดแอร์ ที่ดีก็มีอาหารเสริฟให้มื้อเที่ยง มื้อเย็น และมื้อเช้าวันรุ่งขึ้น เราเข้าที่พัก แล้วมาหม่ำอาหารกันเลย หม่ำเสร็จ ก็เดินเล่นขึ้นไปบนเนินซึ่งอยุ่ด้านหลัง…
Trip วังน้ำเขียว Day 1 หม่าม๊าจัดให้สองหนุ่มจัดกระเป๋าเองตั้งแต่เมื่อวันก่อนเรียบร้อยแล้ว และหม่าม๊าก็เตรียมของต่างๆสำหรับเดินทางไปพัก รองเท้าแตะ ขนม น้ำดื่ม พร้อมตั้งแต่เมื่อวาน วันนี้เราออกเดินทางกันประมาณ 10.40 น. ใช้เส้นทางฉะเชิงเทรา ทุกคนหม่ำกันนิดหน่อยที่บ้านเท่านั้น และเราตัดสินใจไม่หม่ำอะไรกันอีก โดยไปหม่ำมื้อแรกที่ฉะเชิงเทรา ร้านก๋วยจั๊บตั๊กม้อ ม่อนและโมหม่ำข้าวหมูกรอบคนละจาน และต่อด้วยก๋วยจั๊บหมูกรอบอีกคนละหนึ่งชามอิ่มสบายเลย หม่าม๊าหม่ำก๋วยจั๊บหมูกรอบ ม่อนหม่ำข้าวหมูกรอบ และต่อด้วยก๊วยจั๊บหมูกรอบ เราเดินทางต่อ มุ่งหน้าไปที่พักเลยที่จันทร์ธารา วัลเล่ย์ ตลอดทางที่ขึ้นที่สูง อากาศก็เริ่มเย็นเรื่อยๆ และไปถึงปากทางเข้าวังน้ำเขียว ซึ่งทำถนนใหม่ เป็นทางแยกต่างระดับเรียบร้อย ป่าป๊าขับเลย ก็ต้องวนกลับ เลยมาเห็นตลาด จึงแวะไปฉี่และซื้อของ ได้ปาท่องโก๋ ขนมเต้าส่วน และข้าวเหนียมถัวดำ กับไก่ย่างแบบต่างจังหวัด ที่พักสวยดี อากาศเย็นสบาย เราเข้าที่พักพักผ่อน รถจอดได้หน้าบ้านเลย ห้องพักใหญ่ มีสองเตียงใหญ่ ห้องอาบน้ำก็ใหญ่ และอากาศเย็นมาก เครื่องทำน้ำอุ่นสู้น้ำเย็นไม่ได้ เวลาอาบก็จะหนาวสั่นเลย เราได้บ้าน Full Moon 2 อากาศเย็นไม่ต้องเปิดแอร์เลย นอนเล่นกับหม่าม๊า แล้วก็ออกมาหม่ำอาหารที่ร้านสีดา ซึ่งเคยมาหม่ำเมื่อ 5 ปีก่อน เราหม่ำหมูกระทะ ซึ่งไม่เยอะนัก แต่ก็เยอะพอควร กับสั่งข้าวผัด พอข้าวผัดมา ม่อนและโมก็ไม่อยากหม่ำแล้ว อิ่มท้องกันแล้ว เลยหม่ำไม่หมด อากาศเย็นลงเรื่อยๆ เรากินเสร็จก็เข้าที่พัก อากาศเย็นมาก 18 – 19 องศา ทุกคนอาบน้ำก แล้วก็มานั่งเล่นนอกบ้านกัน เปิดไฟฉายเล่น ดูดาวบนท้องฟ้า ม่อนเห็น shooting…
วันนี้ได้พาสปอร์ตแล้ว ของป่าป๊าและของม่อนที่ไปทำใหม่วันก่อน ซึ่งได้เร็วมาก ส่งมาทาง ปณ. อย่างดี ป่าป๊าได้สแกนเก็บเข้าระบบไว้เรียบร้อยแล้ว รวมกับของโมชิ เป็นไฟล์ pdf และ jpg เรียบร้อยทั้งสามคนเลย เว้นแต่หม่าม๊ายังไม่ได้ไปทำ เพราะเห็นว่ายังไม่จำเป็น และการทำเดี๋ยวนี้ก็ทำง่ายมาก ใช้เวลาไม่นาน วันจันทร์ทำ วันพฤหัสได้เลยตั้งแต่เช้า เร็วมาก สองหนุ่มอยู่แต่กับบ้าน วันนี้ม่อนทำโรตีพราต้าหม่ำ โดยมีหม่าม๊ากำกับ สองหนุ่มหม่ำกันคนละ 3 แผ่น แล้วมีไข่สามฟอง ชีสอีกต่างหาก หม่ำกันท้องอิ่มเลย ป่าป๊าสั่งถั่วเมื่อวันก่อน และวันนี้ก็มาส่งแล้ว เป็นเม็ดมะม่วงหิมพานต์ และอัลมอนด์ไสตล์เกาหลี เป็นเนยน้ำผึ้ง พอของมาป่าป๊าก็แกะกับม่อน และบอกว่า ม่อนต้องไม่เคยกิน และพอกินแล้วจะหยุดไม่ได้ ซึ่งพอทั้งม่อนและโมหม่ำ ก็บอกว่าอร่อยจริงๆ กินแล้วหยุดไม่ได้ รสชาดอร่อยมากๆ เย็นนี้หม่าม๊าพาสองหนุ่มไปซื้อขนมและของกิน เตรียมตัวเดินทางวันพรุ่งนี้ ได้ของกินมาเยอะแยะเลย มีโค้ก และชิปส์ กันอื่นๆ ป่าป๊าเลยทำอาหารให้กินแบบง่ายๆ หุงข้าวแล้วเอามาผัดเนยกระเทียม โปะหน้าด้วยไข่ดาว 3 ฟองสำหรับโมชิ และไข่เจียว 3 ฟองสำหรับม่อน
วันนี้อยู่บ้านกันทั้งวันเลย ม่อนและโมไม่อยากไปไหน ป่าป๊าลองชวนไปตีแบดฯ ยังไม่ยอมไปเลย และลองชวนไปขี่จักรยานแทน ก็ไม่ไปอีก เที่ยงนี้หม่าม๊าทำไก่หม้อลมร้อน เป็นไก่ที่หม่าม๊าหมักไว้แล้ว ม่อนโมหม่ำแล้วร้องว่าวๆๆๆ บอกว่าอร่อยสุดๆๆ เพราะไก่มีรสชาด และเกรียมนิดๆ แต่ก้ juicy ทำให้อร่อยมาก ม่อนหม่ำสองชิ้น โมชิหม่ำชิ้นนึง ตอนเย็นหม่าม๊าไปซื้อขาหมูพาโล้มา 100 บาท แล้วตอนเย็นก็หม่ำกันกับข้าวสวย หม่ำกันหมดเกลี้ยงเช่นเคย
วันนี้ไม่ได้ออกไปไหน หม่าม๊าทำอาหารให้หม่ำเป็น สเต๊กและข้าวผัดเนย และม่อนไล่หม่ำขนมต่างๆ ไปเรื่อยๆ จนอิ่มท้อง ตอนเย็นไปเดินเล่นที่ตลาดซื้อขนมมาหม่ำ ป่าป๊าหม่าม๊าหม่ำลูกชิ้นและทอดม้น ส่วนโมชิหม่ำไก่ทอด หม่ำไปเยอะ ม่อนอิ่มขนมแล้ว เลยไม่หม่ำอีก
วันนี้ต้องตื่นแต่เช้ากันหน่อย เพราะจะพาม่อนไปทำ Passport แต่ปรากฎว่า เมื่อคืนนอนกันดึกมาก ป่าป๊านอนตั้งแต่ห้าทุ่มแล้ว (พอสองหนุ่มมา ทำให้นอนดึกขึ้นกันทั้งบ้าน) หม่าม๊าบอกว่า เล่นกันไปมากว่าจะนอนก็ตีหนึ่งเลย เช้านี้หม่าม๊าทำเมนูไข่ตุ๋น และปลาแซลมอนนึ่ง ราดน้ำเทริยากิ เมนูอร่อยของทั้งสองคน หม่ำกันอิ่มแล้วก็เดินทางไป ธัญญาปาร์ค ศรีนครินทร์เพื่อไปทำพาสปอร์ต ซึ่งป่าป๊าก็ทำด้วย เพราะจะหมดอายุปีหน้าแล้ว ป่าป๊าทำแบบ 10 ปีเลย เป็นเงิน 1500 บาท ส่วนม่อนทำแบบ 5 ปี เป็นเงิน 500 บาท ม่อนอายุ 14 ปี 9 เดือน ยังเป็นเด็กอยู่ ใช้คำนำหน้าว่า Master เจ้าหน้าที่บอกว่า พออายุครบ 15 ก็จะเป็น นาย แล้ว ต้องมาทำใหม่อีก ยังไงเราก็ต้องเดินทางไปในเดือนหน้านี้แล้ว คราวหน้าก็ค่อยว่ากัน คงต้องมาทำใหม่ และเดินทางกลับไทยโดยใช้พาสปอร์ตตัวใหม่นี้นั่นแหละ การทำพาสปอร์ตเดี๋ยวนี้เร็วมาก มีเจ้าหน้าที่ทำเยอะแยะ รับบัตรคิวตรวจเอกสาร แล้วก็เดินไปที่โต๊ะเจ้าหน้าที่ ซึ่งคีย์ข้อมูล และเก็บข้อมูลส่วนบุคคล (ลายนิ้วมือ 10 นิ้ว ลายเซ็นต์ สแกนม่านตา ถ่ายรูป) และไม่ต้องไปรับเล่มเอง มีทางเดียวคือส่งไปให้ทางไปรยษณีย์เท่านั้น ซึ่งจะได้รับภายใน 5 วันเท่านั้นเอง พอทุกอย่างเรียบร้อยก็ไปที่ Seacon Square กัน ม่อนต้องไปเปลี่ยนซิมไทย เพราะซิมเสีย และจะพาโมชิไปตัดแว่น มีคริสปี้ครีมด้วย เท่ห์น๊ะเนี่ย ที่ AIS Shop ใช้เวลาเปลี่ยนซิมแป๊ปเดียว…
วันนี้เราวางแผนจะไปบางน้ำผึ้งกัน และจะออกเดินทางกันตั้งแต่เที่ยงครึ่ง หม่าม๊าเพิ่มมานึกได้ว่า มีงานเที่ยวทั่วไทยที่ไบเทค แต่ก็ตัดสินใจไปบางน้ำผึ้งกันดีกว่า และกว่าเราจะออกเดินทางก็บ่ายสองกว่าแล้ว ที่บางน้ำผึ้งคนยังเยอะอยู่ แต่ก็เริ่มทยอยกลับแล้ว และร้านค้าบางร้านไม่ได้เปิด แต่ที่ร้านไม่เปิดก็เพราะว่าวันนี้เป็นวันเลือกตั้ง อบต. กัน ตอนกำลังจะออกจากบ้าน ก็มีคนมาส่งของที่ป่าป๊าสั่งไว้ ซึ่งคิดว่าน่าจะเป็น Amazfit bip u pro ของม่อนและโม ซึ่งก็จริงๆ พอแพคเกจมา เรารีบแกะกันเลย และให้ม่อนกับโม pair กับมือถือของตัวเอง แล้วค่อยชาร์จแบตฯ ในรถ ซึ่งป่าป๊าเอาแบตเตอร์รี่แบงค์ไปให้ สองหนุ่มดีใจกันใหญ่ และสนุกกับการได้ของใหม่ ของโม ของม่อน เราไปเดินเล่นตลาดบ้างน้ำผึ้ง ได้ของหม่ำมาเยอะ และระหว่างที่เดินก็ซื้อของกินเดินไปกินไปเรื่อยเลย อากาศก็ร้อน แต่ก็สนุก และมีของกินเยอะแยะ อากาศร้อน และก็เดินไปหม่ำไปเพลิน พักหม่ำ ทั้งสองคนกินขนมจีบไก่กันอร่อยเลย เรายังมีเวลาเหลือ ตอนเดินเสร็จเพิ่งสี่โมงกว่าเอง หม่าม๊าเลยชวนไปที่ไบเทคกันเลย จะไปดูงานไทยเที่ยวไทย พอไปถึง หม่าม๊าพาม่อนลงไปก่อน ก็ไปถึงงาน COMMART 2021 พอดี เลบโดนม่อนอ้อนให้ซื้อหูฟังเกมมิ่ง ที่มีไมโครโฟนด้วย ยี่ห้อ MSI น่าใช้มาก ราคา 550 บาท ม่อนอ้อนให้หม่าม๊าซื้อให้ วันนี้เที่ยวกันสนุก ตอนค่ำออกจากไปเทค หิวกันหน่อยนึง เลยไป Burger King ซื้อเบอร์เกอร์กลับบ้าน ม่อนหม่ำ Plant based Whopper Jr ส่วนโมชิหม่ำ double cheese burger อร่อยกันทั้งคู่ พอกลับถึงบ้าน…